แบบประเมินสไตล์การสื่อสาร

 เลือกข้อที่ตรงกับความเป็นตัวตนของท่านให้มากที่สุด

 

1. ในการประชุมแต่ละครั้ง หากท่านสามารถเลือกได้ ท่านชอบที่จะเดินไปนั่งตรงไหน ?

               ก.นั่งที่หัวโต๊ะ

               ข.นั่งตรงไหนก็ได้ที่ทุกคนจะเห็นท่านได้ชัดเจน

               ค.นั่งข้าง ๆ ตรงที่มีคนรู้จักนั่งอยู่แล้ว

               ง.ข้าง ๆ คนที่รู้จัก โดยเว้นเก้าอี้ว่างระหว่างเขากับคุณไว้หนึ่งตัว

2.  ในการสนทนากับผู้เข้าร่วมประชุม  สายตาของท่านมักจะไปอยู่ทีไหน ?

               ก.คู่สนทนาตลอดเวลาสนทนา

               ข.คู่สนทนาเป็นส่วนใหญ่      

               ค.พื้นห้องสลับกับที่คู่สนทนา

               ง.ความเคลื่อนไหวรอบ ๆ ห้องมากกว่าคู่สนทนา

3.  ในระหว่างการสนทนากับคนที่ท่านรู้จัก ท่านมีความรู้สึกอย่างไร ?

               ก.ไม่ชอบถ้าอีกฝ่ายเข้ามาประชิดตัวท่านมากเกินไป

               ข.ชอบคุยแบบเคียงบ่าเคียงไหล่

               ค.เฉย ๆ เห็นเป็นเรี่องธรรมดา ถ้าอีกฝ่ายเข้ามาใกล้ ๆ

               ง.รู้สึกอึดอัดทันที ที่อีกฝ่ายเข้ามาใกล้มากเกินไป

4. ลักษณะการเดินของท่าน ใกล้เคียงกับข้อใดมากที่สุด ?

               ก.เดินเร็ว

               ข.กระตือรือร้น มีชีวิตชีวา

               ค.ช้า ๆ และตามสบาย

               ง.มีจังหวะสม่ำเสมอ

5.ในขณะที่ ท่านกำลังฟังผู้อื่นพูด ท่านมักจะมีพฤติกรรมอย่างไร ?

               ก.ต้องการหาประเด็นสำคัญให้เร็วที่สุด

               ข.หูผึ่งกับเรื่องราวดี ๆ มากกว่าอย่างอื่น

               ค.มักคิดไปด้วยว่าผู้ที่พูดเขามีความรู้สึกอย่างไร

               ง.ฟังและคิดหาข้อมูลสนับสนุนประเด็นที่เขาพูด

6. หากท่านต้องพูดต่อหน้าสาธารณชน ท่านจะใช้การพูดแบบไหน ?

               ก.พูดเสียงดังฟังชัดอย่างมั่นใจ

               ข.พูดอย่างมีท่วงนำนอง ไม่ลืมที่จะใช้เสียงสูงและต่ำสลับกันไป

               ค.พูดเสียงเบา พูดไปเรื่อยๆ

               ง.พูดให้ชัดถ้อยชัดคำให้ชัดเจนแต่ไม่ดัง

7. ในการประชุมหรือทำงานร่วมกัน หากท่านสังเกตว่า กำลังจะมีความขัดแย้งเกิดขึ้น ท่านจะทำอย่างไร ?

                ก.ลุยเลย ให้เข้าใจกันตรงนี้ดีกว่า

               ข.พยายามจุดประกายบรรยากาศใหม่ โดยดึงความสนใจไปหาเรื่องดีๆ

               ค.หลบไปก่อน

               ง.เป็นฝ่ายเงียบและครุ่นคิดหาสาเหตุ

8. ในขณะที่ท่านกำลังนั่งทำงานอยู่ในห้อง หากมีผู้มาเยี่ยมเยียน ท่านมักจะปฏิบัติอย่างไร ?

               ก.เชิญให้เขานั่งลง

               ข.เลื่อนเก้าอี้ออกมา และเชิญให้เขานั่ง

               ค.ถามเขาว่า อยากจะนั่งลงก่อนไหม

               ง.ให้เขาตัดสินใจเองว่าจะนั่งหรือยืนหรือว่าจะนั่งตรงไหนดี

9. ในการประชุมเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในหน่วยงาน ท่านมักจะมีพฤติกรรมอย่างไร ?

               ก.เป็นผู้นำการสนทนา

               ข.ใส่ใจกับภาพรวมของปัญหามากกว่าลงไปในรายละเอียด

               ค.เป็นผู้รับฟังที่ดี

               ง.ใส่ใจกับรายละเอียดของปัญหาและความเป็นจริง

10. หากท่านนัดกับเพื่อนร่วมงาน เพื่อปรึกษาหารือกันเรื่องงานใดงานหนึ่ง  ท่านมักเริ่มการสนทนาอย่างไร ?

               ก.จะคุยกันในประเด็นอะไร ก็ว่าไปเลย

               ข.เล่าเรื่องโน้นเรื่องนี้ซะหน่อยหนึ่งก่อน

               ค.ถามสารทุกข์สุกดิบของอีกฝ่ายหนึ่งซะก่อน

               ง.กล่าวถึงจุดประสงค์ของเรื่องที่จะคุยก่อนเลย

11. เมื่อท่านต้องตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ  ท่านมักจะใช้ข้อมูลใดประกอบในการตัดสินใจ ?

               ก.สิ่งที่ท่านเชื่อและการสรุปของท่าน

               ข.มติที่ประชุมหรือความคิดเห็นของคนส่วนใหญ่

               ค.ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับการตัดสินใจนั้น

               ง.เหตุผลและจากข้อมูลที่พิสูจน์ได้

12. ท่านชอบรูปแบบการนำเสนองานแบบใด ?

               ก.ชอบให้รวบรัด

               ข.ชอบให้เฮฮา

               ค.วิเคราะห์คนพูดว่า เขารู้สึกอย่างไรกับสิ่งที่เสนอ

               ง.ประเมินถึงความเป็นไปได้ และเป็นไปไม่ได้ในเนื้อหา

13. หากท่านมีความตั้งใจที่จะทำอะไรแล้ว  ท่านมักจะปฏิบัติตนอย่างไร ?

               ก.มั่นใจว่าตัวเองทำได้ ถึงแม้จะยากก็ไม่หวั่น

               ข.หว่านล้อมให้ทีมงานร่วมมือ

               ค.พยายามทำความเข้าใจก่อนว่า ทีมงานคิดอย่างไรกับงานนี้

               ง.ใช้ข้อมูลให้เป็นประโยชน์

14. ผู้อื่นมักจะมองท่านว่า เป็นคนอย่างไร ?

               ก.ท่านเป็นคนที่ต้องการให้คนอื่นรู้จักเฉพาะด้านของชีวิต

               ข.ท่านเป็นคนเปิดเผยทุกเรื่อง

               ค.ท่านเป็นที่ปรึกษาที่ดีทั้งเรื่องงานและส่วนตัว

               ง.ท่านเป็นคนลึกลับ เก็บตัว

15. ในการประชุมเรื่องสำคัญ ๆ  ท่านมักจะรับบทบาทเป็นอะไร ?...

               ก.รับหน้าที่เป็นประธานการประชุมเอง

               ข.ทำหน้าที่ส่งเสริมให้ทุกคนมีส่วนร่วม

               ค.ผู้รับฟังที่ดี

               ง.ประเมินข้อดีข้อเสียของแต่ละความคิดอย่างรอบคอบ

16. ท่านคิดว่า การเปิดเผยความรู้สึกส่วนตัวให้ผู้อื่นรับทราบนั้นเป็นอย่างไร ?

               ก.ทำให้ทำงานช้าลง

               ข.น่าสนใจดี

               ค.ช่วยปรับตัวเข้าหากันง่ายขึ้น

               ง.เป็นเรื่องที่อึดอัดจะตายไป

17. หากท่านจะต้องเล่าถึงภาพยนต์สักเรื่องหนึ่ง ท่านจะเล่าอย่างไร ?

               ก.ตรงไปที่เนื้อหาสำคัญของภาพยนต์เลย

               ข.พูดให้ผู้ฟังเคลิ้ม ไม่ลุกไปไหนได้แต่ต้นจนจบเรื่อง

               ค.เล่าถึงนักแสดงซึ่งเป็นตัวประกอบของเรื่องอย่างละเอียด

               ง.เล่าอย่างเป็นระบบ ให้ข้อมูลในแต่ละตอน

18. ในการนำเสนองานที่สำคัญมาก ๆ  พฤติกรรมของท่านมักจะเป็นอย่างไร ?

               ก.ดูจริงจัง น่าเกรงขาม

               ข.สร้างความสนุกสนาน ทำให้งานนั้นดูไม่เครียด

               ค.พูดจาอ่อนโยน คำนึงถึงจิตใจของผู้ฟัง

               ง.เรียบเรียงข้อมูลอย่างดี มีขั้นตอนที่ชัดเจน

19. หากลูกน้องของท่านมาร้องไห้อยู่ตรงหน้าท่าน ท่านจะทำอย่างไร ?

               ก.บอกให้เขาหยุดร้องไห้จะดีกว่า

               ข.พยายามพูดให้เขาอารมณ์ดีขึ้น

               ค.ให้คำปรึกษา แสดงความเข้าใจ

               ง.ลำบากใจ และอยากปลีกตัวออกไป

20. ท่านมีพฤติกรรมในการคุยโทรศัพท์เป็นอย่างไร ?

               ก.พูดให้ตรงประเด็นที่สำคัญ

               ข.คุยสนุกสนาน สร้างความสดใส มีชีวิตชีวา

               ค.พูดแบบยืดเยื้อ อ้อมค้อม ไม่มีบทสรุป

               ง.สั้นและได้ใจความที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ถ้าท่านตอบข้อ ก.มากที่สุด

               การสื่อสารของท่านมีแนวโน้มไปทาง D Style หรือเรียกเต็ม ๆ ว่า Dominance

ลักษณะของ  D Style คือ ชอบแข่งขันชอบผจญภัยชอบริเริ่ม บุกเบิกในการสื่อสาร เราสังเกตได้ว่า D Style

พูดเร็ว เสียงดัง เป็นงานเป็นการ บางครั้งพูดกับเราพร้อม ๆ กับคุยโทรศัพท์ด้วย ดูรีบร้อน และมีโครงการหลาย

โครงการในเวลาเดียวกัน อาจดูไม่อ่อนหวาน ความคิดเห็นของตนเองจะเป็นเหมือนข้อเท็จจริงที่ไม่ต้องการ

อภิปรายกันอีก ตรงไป ตรงมา พูดสิ่งที่คิด ในห้องทำงานของ D Style ท่านมักจะเห็นตารางการทำงาน ตาราง

นัดหมายวางเด่นเป็นสง่า

 

ถ้าท่านตอบข้อ ข.มากที่สุด

               การสื่อสารของท่านมีแนวโน้มไปทาง I Style หรือ Influence

ลักษณะของ I Style คือ พูดเก่ง ชอบสังคม ชอบสื่อสาร เป็นนักแสดงผู้สร้างความบันเทิง ผู้สร้างแนวความคิด

ใหม่ ๆ มีไหวพริบ เราสังเกตได้ว่า I Style เป็นคนพูดจาเปิดเผยและเป็นมิตร ชอบแสดงความเห็นด้วยกับผู้

อื่น เน้นที่แง่ดีของสิ่งต่าง ๆ สามารถขายความคิด และจูงใจผู้อื่นได้ดี อาจดูเป็นคนช่างพูดไปบ้าง และมักหลีก

เลี่ยงรายละเอียดในการให้ข้อมูลป้อนกลับ (Feedback) ในเชิงบวก ในห้องทำงานของ  I ท่านมักจะพบ

สโลแกนส่วนตัวของ I ติดอยู่หรือใส่กรอบไว้

 

ถ้าท่านตอบข้อ ค.มากที่สุด

               การสื่อสารของท่านมีแนวโน้มไปทาง S Style หรือ Steadiness

ลักษณะของ S Style คือ ละเอียดรอบคอบ ระมัดระวัง เป็นระบบสม่ำเสมอ ไม่ออกหน้า ไม่อิจฉาผู้อื่น มั่นคง

สร้างความสมดุล เราสังเกตได้ว่า S Style เป็นผู้รับฟังที่ดีและพยักหน้าตอบรับ ใส่ใจกับความรู้สึกของผู้อื่น

ในการสื่อสาร S Style มักจะสื่อสารทางเดียว คือ จะเป็นผู้ฟัง ตอบคำถาม พูดอย่างใจเย็น ชอบที่จะพูดเรื่อง

ที่ตนเองถนัด ชอบที่จะพูดตัวต่อตัวมากกว่ายืนพูดต่อหน้าคนกลุ่มใหญ่ เป็นผู้สอนงานที่ดี     ในห้องทำงาน

ของ S ท่านอาจพบภาพครอบครัว หรือรูปหมู่ที่ถ่ายกับเพื่อนสนิทของเขา

 

ถ้าท่านตอบข้อ ง.มากที่สุด

               การสื่อสารของท่านมีแนวโน้มไปทาง C Style หรือ Compliance

ลักษณะของ C Style คือ ถูกต้องเที่ยงตรง ชอบความสมบูรณ์ มีเหตุผล ปฏิบัติตามกฏ ข้อสังเกตคือ C Style

มีระเบียบ เน้นรายละเอียด สุภาพอย่างมีชั้นเชิง การสื่อสารของ C Style คือ ชอบที่จะสื่อสารด้วยการเขียน

มากกว่า มักไม่แสดงความไม่เห็นด้วย ไม่ชอบพูดเรื่องความคิดเห็นหรือสิ่งที่เป็นนามธรรมโดยไม่ออกคำสั่ง

หรืออ้างอิงกฏเกณฑ์ ห้องทำงานของ C จะเรียบร้อยเป็นระบบระเบียบ

 

เมื่อค้นพบสไตล์ของท่านเองแล้ว ต่อไปเป็นเรื่องของการปรับตัวเราให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ผู้ที่มีความ

ยืดหยุ่นในการปรับตัวสูงจะเป็นผู้ที่มีความสามารถในการสื่อสารและสร้างความประทับใจให้กับผู้อื่นได้ดีกว่า

ผู้ที่เน้น “ฉันเป็นฉันเอง” สังคมเราเป็นสังคม Network สร้างความสัมพันธ์ที่ดีไว้ไม่เสียหาย  ผลพลอยได้คือ

ท่านยังได้รับความเชื่อถือเพิ่มขึ้น และเพิ่มพูนศิลปะในการจูงใจลูกน้องหรือผู้อื่นที่มีสไตล์ที่แตกต่างจากท่าน

ได้ดีอีกด้วย

การรู้เขารู้เราเป็นสิ่งที่ดี แต่รู้แล้วก็ไม่มีประโยชน์ถ้าเราไม่ปรับตนเองและสไตล์การสื่อสารเข้าหากัน  ในความ

เป็นจริงคนเราจะมีมากกว่าหนึ่งสไตล์ในตัวเองโดยทีมีแนวโน้มหนักไปทางด้านใดด้านหนึ่ง  ดังนั้นท่านจึงต้อง

ใช้ความสามารถส่วนตัวในการเรียนรู้ผู้อื่น อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่า ใครเป็นสไตล์ไหน การแต่งตัวไม่ได้บอกว่าเขา

เป็นสไตล์ไหน ท่านสังเกตได้ก็เมื่อได้พูดคุยกันและได้รู้จักกันมากขึ้น