ยิ่งมีทางเลือกมาก ยิ่งเลือกได้น้อย
เขียนโดย ณรงค์วิทย์ แสนทอง
คนเรามีมักจะคิดว่าถ้าชีวิตมีทางเลือกมากจะดีกว่าชีวิตที่มีทางเลือกน้อย จึงทำให้คนพยายามดิ้นรนเพื่อให้มีทางเลือกเพิ่มมากขึ้น บางครั้งการดิ้นรนเพื่อให้ไปอยู่ในจุดที่คิดว่ามีทางเลือกมากกลับมีทางเลือกน้อยลงหรืออาจจะไปอยู่ในจุดที่สูงเกินไป เช่น คิดว่าถ้าเรียนสูงจะเลือกทำงานได้มากกว่าคนที่เรียนมาน้อยๆ คนจึงขนขวายเรียนกันให้สูงๆไว้ก่อน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ถ้าคนในสังคมเราจบสูงกันหมด รับรองว่าจะหาคนทำงานในระดับล่างๆไม่ได้ สุดท้ายคนเรียนสูงอาจจะต้องลดระดับลงมาทำงานที่ต่ำกว่าวุฒิการศึกษาที่จบมา ซึ่งมีให้เห็นเยอะแยะในสังคมปัจจุบันที่คนมีค่านิยมต่อการเรียนที่ยึดใบประกาศนีบัตรหรือใบปริญญามากกว่าองค์ความรู้และวัตถุประสงค์ที่แท้จริงว่าเรียนไปเพื่ออะไร
หลายครั้งที่คนเรามารู้ในภายหลังว่าจริงๆแล้วจำนวนทางเลือกในชีวิตมีมากหรือน้อยนั้นไม่ใช่สาระสำคัญมากนัก แต่สิ่งที่สำคัญคือเราเลือกทำ เลือกชอบ เลือกรักในสิ่งที่เราทำหรือไม่ คนที่มีทางเลือกมากอาจจะเกิดความเครียด ความลังเล ความไม่แน่ใจ ความเสียดายในภายหลังเมื่อเลือกทางเลือกใดทางเลือกหนึ่งแล้วไม่เป็นไปดั่งที่คิดดั่งที่หวัง ไม่เหมือนกับคนที่ไม่มีทางเลือกในชีวิต ไม่ต้องคิดไม่ต้องพะวงว่าทางเลือกไหนดีกว่ากัน ไม่ต้องคิดไม่ต้องเครียดกับการเลือก เพราะไม่มีทางให้เลือก เช่น คนที่ตกงานเมื่อได้งานอะไรก็ทำด้วยความเต็มใจขอให้ได้เงินมากินมาใช้ก็พอแล้ว ไม่ต้องเลือกมากเพราะไม่มีงานอื่นให้เลือกมีอยู่งานเดียว ในขณะที่คนที่มีเงินมีงานทำอยู่แล้ว เวลาจะเลือกหรือเปลี่ยนงานใหม่ ต้องใช้เวลาคิดต้องใช้เวลาตัดสินใจนาน บางครั้งก็เครียดเพราะตัดสินใจเลือกไม่ถูกว่าจะทำงานเก่า หรือเปลี่ยนงานใหม่ พอมีงานใหม่ให้เลือกหลายที่ก็ไม่รู้ว่าจะเลือกงานไหนดี หรือเลือกไปแล้วอาจจะได้งานที่แย่กว่าเก่าทำให้ต้องมานั่งเศร้าโศกเสียใจในภายหลังอีก
เพื่อให้เห็นว่าการที่เราคิดว่าคนที่มีอะไรดีกว่าคนอื่นในสังคม น่าจะมีทางเลือกในชีวิตมากกว่านั้น ในความเป็นจริงแล้ว คนเหล่านั้นยิ่งสูง ยิ่งมีอะไรมากกว่าคนอื่น เขาจะมีทางเลือกที่เขาเลือกได้จริงๆไม่มากอย่างที่หลายคนคิด ตัวอย่างเช่น
คนรวยที่ขับรถหรูราคาแพง เขาสามารถเลือกซื้อรถยี่ห้ออะไรก็ได้ แต่สุดท้ายเขาก็เลือกเฉพาะรถราคาแพงๆมากเท่านั้น เขาจะไม่เลือกใช้รถที่ราคาถูกหรือเกรดต่ำกว่าเพราะคนเหล่านี้คิดเอาเองว่าถ้าเคยขับรถราคาแพงมาก่อน แล้วกลับมาใช้รถราคาถูก กลัวว่าคนจะหาว่ารวยไม่จริงหรือเริ่มจนลงแล้ว สุดท้าย ทางเลือกในการซื้อรถยนต์ของคนรวยก็เลือกได้อยู่เพียงไม่กี่รุ่นกี่ยี่ห้อเท่านั้น
คนที่จบการศึกษาสูง เราคิดว่าเขาน่าจะมีสิทธิเลือกงานได้มาก เพราะสามารถสมัครงานได้ตั้งแต่ตำแหน่งคนงานถึงตำแหน่งผู้จัดการ แต่ในความเป็นจริงแล้ว คนที่จบสูงมักจะหลงตัวเอง มักจะหัวสูง ต้องทำงานตามวุฒิการศึกษาเท่านั้น ไม่ยอมทำงานที่ต่ำกว่าวุฒิ ซึ่งในโลกการทำงานจริงๆแล้วยิ่งตำแหน่งสูงมากเท่าไหร่ จำนวนตำแหน่งที่มีอยู่ในแต่ละองค์กรก็ยิ่งน้อยลงเรื่อยๆ ดังนั้น ทางเลือกของคนที่จบการศึกษาสูงดูเหมือนจะมากก็จริง แต่ในชีวิตจริงนั้นมีทางเลือกในชีวิตน้อยมาก
คนเด่น คนดัง คนที่มีชื่อเสียง เรามักจะคิดว่าเขามีโอกาสในชีวิตในเรื่องต่างๆเยอะมาก เพราะเป็นคนของประชาชนจะทำอะไรก็ไม่ยาก จะไปไหนมาไหนก็ได้มีคนทักทายมีคนรู้จัก จะไปขอความช่วยเหลืออะไรจากใครก็ไม่ยาก แต่ในความเป็นจริแล้ว คนเหล่านี้มีทางเลือกไม่มากนัก เช่น ไม่สามารถไปเดินช้อปปิ้งได้ทุกที่ ไม่ค่อยมีเวลาเป็นส่วนตัวเพราะถูกจับตามองจากสังคมในทุกฝีก้าว ทำอะไรก็ต้องระมัดระวังเพราะทำผิดเพียงนิดเดียวอาจจะเสียชื่อเสียงได้ สุดท้ายทางเลือกที่เราคิดว่าเขามีมากนั้น แต่ที่เขาเลือกทำ เลือกเป็นได้นั้นไม่มากอย่างที่คิด
เราจะเห็นว่าคนที่มีโอกาสหรือทางเลือกในชีวิตมากกว่ามักจะหลีกเลี่ยงการลดตัวลงมาสัมผัสกับทางเลือกในชีวิตที่ต่ำกว่า เช่น คนรวยไม่ค่อยอยากลงมาสัมผัสกับชีวิตคนจน คนที่นั่งรถยนต์หรูไปทำงาน มักจะไม่ค่อยอยากลองสัมผัสการนั่งรถเมล์ ฯลฯ
ในทางกลับกัน คนที่เราคิดว่าเขามีทางเลือกในชีวิตน้อย แต่ในความเป็นจริงคนเหล่านี้มักจะพยายามไขว่คว้าหาโอกาสเพื่อสร้างทางเลือกให้กับตัวเองเพิ่มขึ้นตลอดเวลา และพยายามเข้าไปสัมผัสกับทางเลือกที่ตัวเองไม่ค่อยได้สัมผัส อย่างน้อยก็เพื่อเป็นตัวสร้างความฝันหรือเป็นประสบการณ์ในชีวิต เช่น คนจนพยายามหาโอกาสทานอาหารดีๆจากภัตตาคารหรูสักครั้งหนึ่งในชีวิต คนที่เช่าบ้านอยู่พยายามหาโอกาสไปนอนโรงแรมหรูๆสักครั้งหนึ่ง คนที่นั่งรถเมล์ไปทำงานก็พยายามหาโอกาสนั่งรถไฟฟ้าหรือนั่งเครื่องบินไปเที่ยวสักครั้งหนึ่ง ฯลฯ
ดังนั้น จึงอยากจะให้กำลังใจกับคนที่คิดว่าตัวเองไม่มีทางเลือกในชีวิตหรือมีทางเลือกในชีวิตน้อยกว่าคนอื่น และจงคิดเสียใหม่ว่าการที่เราทุ่มเททำทุกอย่างเพื่อให้ชีวิตขึ้นไปอยู่ในจุดที่สูงขึ้นหรือจุดที่ใครก็ใฝ่ฝันนั้น อาจจะไม่ใช่สาระสำคัญที่สุดในชีวิต เพราะยิ่งสูงมาก ยิ่งมีทางเลือกมาก ยิ่งทำให้เรามีปัญหาในการตัดสินใจเลือก ยิ่งทำให้เรามีทางเลือกที่เลือกได้จริงๆน้อยลงไปมากยิ่งขึ้น แต่ใครไม่อยากให้ชีวิตที่ดีขึ้นสูญเสียทางเลือกในชีวิตไป ก็ต้องพยายามเลือกทำ เลือกเดินในทุกทางเลือกที่เพิ่มขึ้น เช่น ใครที่มีรถยนต์ขับ ก็อย่าทิ้งทางเลือกในการขึ้นรถเมล์ รถแท๊กซี่ หรือรถไฟไป พยายามหาโอกาสใช้บริการไว้บ้าง ใครมีหน้าที่การงานสูงๆ อย่าลืมลงไปสัมผัสกับชีวิตคนทำงานในระดับล่างๆบ้าง คนรวยก็อย่าลืมเลือกลงไปสัมผัสกับชีวิตคนจนบ้าง ฯลฯ สรุปง่ายๆคือเมื่อชีวิตเราสูงขึ้น ดีขึ้น และมีทางเลือกในชีวิตเพิ่มขึ้น ก็อย่าลืมกลับไปสัมผัสกับชีวิตในทางเลือกที่เคยเป็นในอดีตบ้าง อย่าทิ้งห่างนานเกินไปจนไม่กล้ากลับมาหาสิ่งที่เคยเป็น เคยมี เคยอยู่ แค่นี้เราก็จะเป็นคนที่มีทางเลือกมากและเลือกได้ทุกทางเลือกอยู่ตลอดเวลา แม้ว่าเราจะสูงขึ้นหรือต่ำลง