ดังนั้น เพื่อแก้ไขและป้องกันปัญหา คนในไม่มีเครดิต จึงขอนำเสนอแนวทางดังต่อไปนี้
ปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กร
องค์กรควรจะกำหนดค่านิยม(Core Value) เกี่ยวกับการให้เกียรติและยอมรับผู้อื่น และนำไปจัดทำแผนในการสร้างสิ่งนี้ให้เกิดขึ้นให้เห็นเป็นรูปธรรมของพฤติกรรมของคนในองค์กร เช่น มีการประชุมโดยการผลัดเปลี่ยนกันเป็นประธานในที่ประชุม การพัฒนาให้แต่ละคนเก่งคนละด้าน เพื่อป้องกันปัญหาการเทียบบารมีซึ่งกันและกัน และกำหนดให้ทุกคนสามารถเป็นวิทยากรหรือสอนงานผู้อื่นได้อย่างน้อยคนละหนึ่งหัวข้อ และส่งเสริมให้มีการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ซึ่งกันและกัน อาจจะทำเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนความรู้ ฯลฯ
ส่งเสริม/สนับสนุนวิทยากรภายในอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
องค์กรควรจัดทำระบบการคัดเลือก พัฒนาและใช้ประโยชน์จากวิทยากรภายในอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกคนคุ้นเคยกับการเรียนรู้จากคนในด้วยกัน และอาจจะส่งเสริมให้คนในได้ออกไปบรรยายให้ความรู้แก่บุคคลภายนอกบ้าง เพื่อเพิ่มชั่วโมงบิน หรืออาจจะรับคนที่เคยมีประสบการณ์ในการบรรยายมาก่อนเข้ามาในองค์กร และเข้ามาช่วงแรกๆควรจะเปิดโอกาสให้คนใหม่ได้บรรยายให้ความรู้จนทุกคนในองค์กรยอมรับก่อน เนื่องจากคนเข้ามาใหม่ยังไม่มีอะไรติดลบในใจของผู้ฟัง อย่าปล่อยให้ทำงานก่อนแล้วค่อยมาบรรยาย เพราะอาจจะสายเกินไป (เนื่องจากคนในเห็นไส้เห็นพุงหมดแล้ว)
โปรโมทข้ามสายงาน/ย้ายลูกน้องเก่าข้ามสายงาน
ปัญหาเรื่องการยอมรับมักจะเกิดระหว่างคนใหม่ที่อายุน้อยแต่ตำแหน่งสูง กับคนเก่าที่อายุมากแต่ตำแหน่งต่ำกว่า ดังนั้น ถ้าคนรุ่นใหม่เติบโตมาจากหน่วยงานใด ในการโปรโมทครั้งแรกไม่ควรจะขึ้นมาเป็นหัวหน้าของอดีตเพื่อนร่วมงาน แต่ควรจะไปกินตำแหน่งในหน่วยงานอื่นมากกว่า เพราะยังไม่เคยมีปัญหากับลูกน้องมาก่อน หรือถ้าทำไม่ได้ อาจจะต้องพิจารณาย้ายคนเก่าบางคน ที่เคยเป็นเพื่อนร่วมงานของคนที่เราจะโปรโมทไปช่วยงานในหน่วยงานอื่นสักพักหนึ่งก่อน (ไปช่วยงานหน่วยงานอื่น มอบหมายงานที่เป็นโครงการที่สังกัดผู้บริหารระดับสูง ย้ายไปอยู่หน่วยงานอื่น) เพราะลดแรงกดดันในช่วง Probation ของหัวหน้าใหม่ลงได้อีกทางหนึ่ง
รับคนนอกเข้ามาเสริมทัพ
ในบางกรณีคนเก่ากับคนใหม่กินกันไม่ลง(สูสีกันในทุกด้าน) โปรโมทใครคนใดคนหนึ่ง อีกคนก็จะลาออกอย่างแน่นอน องค์กรอาจจะต้องแก้ไขโดยการรับคนนอกเข้ามา ขัดตาทัพไว้ก่อน แต่คนที่รับมาจากข้างนอกจะต้องเหนือกว่าคนสองคนที่เป็นคนในเพราะทั้งสองคนที่เป็นคนในจะรู้ว่าตัวเองด้อยกว่าคนนอกที่รับเข้ามา เมื่อถึงจังหวะเหมาะก็ค่อยโปรโมตคนในในสายงานเดิมหรือสายงานใหม่ก็ได้ ในบางกรณีที่องค์กรต้องการสลายขั้วอำนาจเก่าของคนเก่าโดยการย้ายคนเก่าบางคนออกไปหน่วยงานอื่น และรับคนใหม่เข้ามาเสริมบารมีให้หัวหน้าใหม่ที่เพิ่งได้รับการเลื่อนตำแหน่งขึ้นมาก็ได้ แต่การรับคนใหม่เข้ามาเสริมทัพควรจะให้หัวหน้าใหม่เป็นผู้คัดเลือกด้วยตัวเอง เพราะนอกจากจะได้คนที่ถูกใจแล้ว คนที่เข้ามาใหม่เองก็รู้สึกเป็นหนี้บุญคุณหัวหน้าใหม่ที่รับตัวเองเข้ามาทำงานก็จะกลายเป็นพวกหัวหน้าใหม่ไปในที่สุด ยิ่งคนใหม่ไฟแรงและมีฝีมือด้วยแล้ว จะช่วยสลายขั้วอำนาจเก่าได้เป็นอย่างดี เพราะมีหัวหน้าหนุนหลังอีกแรงหนึ่งด้วย (เป็นคนวัยเดียวกัน)
สรุป องค์กรไม่ควรมองข้ามปัญหาด้านจิตใจที่มักจะส่งผลกระทบต่อการทำงานของคนในองค์กร เพราะจิตใจคือศูนย์บัญชาการของชีวิตคน คนจะเบื่อ คนจะท้อ คนจะเซ็ง คนจะคิดดีไม่ดี ก็เริ่มต้นมาจากจิตใจทั้งสิ้น ดังนั้น องค์กรยุคใหม่ควรมุ่งเน้นการบริหารคนที่จิตใจมากกว่าความรู้และทักษะในการทำงาน เพราะถ้าใจไม่มาทำงานต่อให้สถิติการมาปฏิบัติงานในเครื่องรูดบัตรดีแค่ไหน องค์กรก็ไม่ได้ประโยชน์อะไร ต่อไปองค์กรอาจจะต้องมีเครื่องรูดบัตรเข้างานทางใจด้วย โดยการนั่งสมาธิตรวจสอบสภาพจิตใจของพนักงานก่อนเข้าทำงาน ถ้าใจไม่พร้อมก็ให้ไปนอนห้องพยาบาลใจ(ห้องธรรมะ)เสียก่อน เหมือนพนักงานคนไหนดื่มเหล้าเข้ามาร่างกายไม่พร้อมหัวหน้าก็อาจจะให้ลาหยุดหรือไปนอนห้องพยาบาลก่อน จนกว่าร่างกายพร้อมแล้วค่อยเข้ามาทำงาน